สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม | 0-2285-3558 | 08-9478-1941 | 09-0390-9998 | EN

ถั่งเช่า

蟲草
(Cordyceps Sinensis)

ถือได้ว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานนับศตวรรษมีสรรพคุณทาง
ยาแผนโบราณที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศจีนในเรื่องของกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศและใช้เป็น
ยาบำรุงร่างกายบำรุงอวัยวะภายในเช่นปอดตับและไตเป็นต้น...ถั่งเช่าอุดมไปด้วยสารต่างๆที่
เป็นประโยชน์ได้แก่โพลีแซคคาไรด์, นิวคลีโอไทด์, cordycepic acid, กรดอะมิโนและสเตอรอล
นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่นๆเช่นโปรตีนวิตามินต่างๆ ( Vit E, K, B1, B2
และB12) 
และแร่ธาตุต่างๆ

ผลวิจัย

อิมเอียกขัก

淫羊藿
(Herba Epimedium)

สรรพคุณ  ขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ปริมาณโลหิตที่ไหลผ่าน
หลอดเลือดหัวใจและสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมกระบวนการเมทาบอลิซึมของกระดูก
ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคดีขึ้น ทั้งยังต่อต้านความเสื่อมชรา เนื้องอกและโรคเอดส์ ใช้รักษาภาวะ
กระดูกพรุน วัยหมดระดูหรือวัยทอง ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคโปลิโอ และ
โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

ส่วนผสมหลักในอิมเอียกขัก คือ ไอคารินิน และอีพิมีเดียม โพลีแซคคาไรค์ ช่วยทำให้อวัยวะ
และเซลล์ต่างๆ มีภูมิคุ้มกันโรค ควบคุมให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดีขึ้น

ผลวิจัย

ปาจีเทียน

巴戟天
(Morinda Officinalis)

มีสารประกอบโพลีแซคคาไรค์ ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคของอวัยวะดีขึ้นได้ ช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อมไธมัสใน
หนูหนุ่มได้เสริมเปอร์เซ็นต์การกลืนของเซลล์ขนาดใหญ่ที่กลืนกินจุลินทรีย์และอนุภาคแปลกปลอม
ของหนูหนุ่ม และกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคเฉพาะโรคของเซลล์ที่คล้ายกุหลาบในม้ามของหนูที่
ใช้ทดลอง การค้นคว้าเรื่องการออกฤทธิ์กระตุ้นความสามารถในการมีปฏิกิริยาสร้างภูมิคุ้มกันโรค
ตอบโต้ของโอลิโกแซคคาไรค์จากต้นยอการกินในปริมาณ 25 และ 50 มิลลิกรัม / กิโลกรัม ช่วย
เสริมประสิทธิภาพปฏิกิริยาตอบโต้การขยายเซลล์ในม้ามของหนูได้ชัดเจน และการสร้างภูมิคุ้มกัน
โรคของเซลล์ม้ามในหนูเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลวิจัย

งู่ฉิก

牛膝
(Achryrantes Bidentata)

มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Achyranthes bi-dentatablumeเป็นพืชพื้นเมืองของมณฑลเหอหนาน พบมาก
โดยทั่วไปในประเทศจีนยกเว้นเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยเกลือฟอสเฟตและยางเหนียว
สรรพคุณ
1. บำรุงตับ บำรุงไต 
2. บำรุงกระดูก แก้อาการปวดกระดูกส่วนบั้นเอว
3. แก้อาการปวดข้อเข่า ขาอ่อนแรง อาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ
4. ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ไม่ให้เลือดคั่ง แก้ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ
5. ช่วยบำบัดอาการบาดเจ็บฟกช้ำดำเขียวได้

ผลวิจัย
ผลวิจัยสมุนไพรจีน ถั่งเช่า

“ถั่งเช่า”ถือได้ว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานนับศตวรรษมีสรรพคุณทางยาแผนโบราณที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศจีนในเรื่องของกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศและใช้เป็นยาบำรุงร่างกายบำรุงอวัยวะภายในเช่นปอดตับและไตเป็นต้น

องค์ประกอบทางเคมีของถั่งเช่า

ถั่งเช่าอุดมไปด้วยสารต่างๆที่เป็นประโยชน์ได้แก่โพลีแซคคาไรด์ (galactomannan), นิวคลีโอไทด์ (adenosine, cordycepin), cordycepic acid, กรดอะมิโนและสเตอรอล (ergosterol, beta-sitosterol) นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่นๆเช่นโปรตีนวิตามินต่างๆ ( Vit E, K, B1, B2 และB12) และแร่ธาตุต่างๆ (โพแทสเซียมโซเดียมแคลเซียมแมกนีเซียมเหล็กสังกะสีและซิลิเนียม) เป็นต้น

รายงานการวิจัยในคน

กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศพบว่าการวิจัยในผู้ชาย 22 คนใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมพบว่าช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% และมีอีกกรณีศึกษาในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง 189 คนที่มีความต้องการทางเพศลดลงพบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานถั่งเช่าจะช่วยปกป้องและช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไตฮอร์โมนจากต่อมไทมัสและจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300 % และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86%

กรณีศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วยlipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบเช่นinterlukin-1beta (IL-1beta), interlukin-6 (IL-6), interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และtumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น

กรณีศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วันพบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%

กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการฟื้นฟูระบบการทำงานของไตโดยให้ผู้ป่วยภาวะไตวายเรื้อรังรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3-5 กรัม/วันพบว่าถั่งเช่าทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพดีขึ้นและพบว่าหลังจากให้ผู้ป่วยรับประทานถั่งเช่าต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 1 เดือนสามารถช่วยลดอาการแทรกซ้อนต่างๆที่เกิดจากภาวะไตวายได้แก่ลดความดันโลหิตลดระดับโปรตีนในปัสสาวะลดการเกิดภาวะโลหิตจางและช่วยเพิ่มเอนไซม์superoxide dismutase (SOD) ซึ่งป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมีรายงานว่าการให้ผู้ป่วยที่การทำงานของไตบกพร่องจากการใช้ยาgentamicin รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัม/วันมีผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89 % เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากรับประทานถั่งเช่าภายใน 6 วัน

การศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองพบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกายกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์ต้านมะเร็งลดระดับน้ำตาลในเลือดต้านการอักเสบและกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ

1. ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง เพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ชราและความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
3. ช่วยในด้านอารมณ์ ช่วยระงับประสาท ทำให้จิตใจสงบ ลดอาการหงุดหงิดง่าย
4. ช่วยเพิ่มความจำ ป้องกันโรคความจำเสื่อม ช่วยลดการตายของเซลล์ในมอง
5. ตังถั่งเช่า สรรพคุณช่วยบำรุงหลอดเลือด
6. ช่วยบำรุงปอด ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก
7. ช่วยในเรื่องระบบทางเดินหายใจ แก้อาการไอเรื้อรัง รักษาถุงลมโป่งพอง ช่วยบำบัดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
8. ช่วยบรรเทาและรักษาอาการของโรคหอบหืด
9. ช่วยแก้วัณโรค ถุงลมโป่งพองหรืออาการผิดปกติในระบบปอดและหัวใจ
10. ช่วยละลายเสมหะ หยุดอาการเลือดออกทางเสมหะ
11. เชื่อว่ามันช่วยรักษามะเร็ง ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็งและลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้
12. ช่วยลดความดันโลหิต อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
13. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานไวต่ออินซูลินมากขึ้น ช่วยจัดการน้ำตาลในร่างกายได้ดีขึ้น
14. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด
15. ช่วยต่อต้านไม่ให้เกิดไขมันแข็งตัวจากการถูกออกซิไดซ์โดยอนุมูลอิสระ
16. ช่วยป้องกันไขมันเลว (LDL) ไม่ให้เกาะในหลอดเลือด
17. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้คล่องตัว ช่วยขยายหลอดเลือด และเพิ่มปริมาณของเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงปอดและหัวใจ เพิ่มระดับออกซิเจนและช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการขาดออกซิเจน
18. ช่วยบำรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของตับและไตให้ดีขึ้น
19. จากงานวิจัยพบว่าถั่งเช่าช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้องรัง มีอาการดีขึ้นมากถึง 51% หลังจากรักษาด้วยถั่งเช่าเพียง 1 เดือน
20. สรรพคุณของถั่งเช่า ช่วยรักษาคนไข้ที่ธาตุหยางพร่องในไต (หรืออาการปวดหลัง กลัวหนาว หัวเข่าเย็น หรือปัสสาวะบ่อย)
21. มีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งพิษจากแบคทีเรีย รวมไปถึงแบคทีเรียวัณโรคด้วย
22. ถั่งเช่า สรรพคุณช่วยลดการอักเสบ
23. สรรพคุณ ถั่งเช่าช่วยห้ามเลือด
24. สำหรับนักกีฬาสมุนไพรชนิดนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของนักวิ่งให้ดียิ่งขึ้น
25. ใช้เป็นยาบำรุงช่วยทำให้มีบุตรง่ายขึ้น ช่วยปรับประจำเดือน ทำให้เลือดลมเดินดีขึ้น
26. ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง เนื่องจากการกินถั่งเช่าจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ซึ่งจากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าการกินถั่งเช่าวันละ 1 กรัม เป็นเวลา 46 วันจะช่วยให้สมรรถภาพทางเพศเพิ่มมากขึ้นถึง 64% เลยทีเดียว (แต่ยังไม่มีงานวิจัยรับรองมากนัก นอกจากงานวิจัยที่ได้ทดลองในหมูป่าที่พบว่ามันมีสรรถภาพทางเพศที่ดีขึ้น)

ผลวิจัยสมุนไพรจีน อิมเอียกขัก

อิมเอียกขัก(HerbaEpimedium)

สรรพคุณ  ขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ปริมาณโลหิตที่ไหลผ่านหลอดเลือดหัวใจและสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมกระบวนการเมทาบอลิซึมของกระดูก ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคดีขึ้น   ทั้งยังต่อต้านความเสื่อมชรา เนื้องอกและโรคเอดส์  ใช้รักษาภาวะกระดูกพรุน  วัยหมดระดูหรือวัยทอง ความดันโลหิตสูง  โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคโปลิโอ และ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

 ผลทางเภสัชวิทยาของอิมเอียกขัก

1. ผลกระทบต่อระบบหลอดเลือดหัวใจ

โดยทั่วไปแล้ว ไอคาริอิน ในอิมเอียกขัก สามารถป้องกันการหดตัวของหัวใจอย่างเห็นได้ชัด ลดความเร็วของแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในหัวใจห้องล่างซ้าย เพิ่มกำลังการผลิตให้หัวใจ เลือดที่ไหลผ่านกล้ามเนื้อหัวใจ และปริมาณการเต้นของหัวใจ ลดอัตราการสูญเสีย และปริมาณของออกซิเจนที่เข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจ ลดแรงต้านทานของเส้นโลหิตใหญ่ที่เข้าสู่หัวใจและระบบการหมุนเวียนโลหิตทั้งหมด ระบบหลอดเลือดหัวใจทำงานได้ดีขึ้น ควบคุมปริมาณโลหิตและออกซิเจนที่หัวใจให้สมดุล    อิมเอียกขักยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตที่สมอง โดยการขยายตัวของกล้ามเนื้อเรียบที่หลอดเลือด  ลดความดันของหลอดเลือดดำบริเวณสมอง  ทำให้การไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดฝอยดีขึ้น  จึงมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันภาวะเส้นสมองอุดตันและขาดออกซิเจนได้ดี

อิมเอียกขัก ทุกชนิดที่มีฟลาโวน สามารถลดความหนืดของเลือดและป้องกันการก่อตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือดได้ นับเป็นคุณประโยชน์ต่อการป้องกันและขจัดภาวะการอุดตันของเส้นโลหิต ควบคุมอวัยวะทั้งหมดหรือบางส่วนให้ทำงานร่วมกันได้ดี จึงมีประโยชน์ใช้ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และชะลอความแก่

ไอคารินิน สามารถลดปริมาณ มาโลนาดีไฮด์ และเอ็นไซม์ที่กระตุ้นให้เกิดการออกซิเดชั่นในขณะที่หลั่งน้ำนม  ซึ่งเกิดจากภาวะไลปิด เพอร์อ๊อกซิเดชั่น (เอ็นไซม์ของกรดไขมันที่กระตุ้นให้ออกซิเจน ย้ายไปสู่เนื้อเยื่อที่ต้องการ)  จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน  ไอคารินินยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของเอ็นไซม์ SOD  จึงช่วยรักษาไม่ให้เซลล์เสื่อมสภาพ จากภาวะไลปิค เพอร์อ๊อกซิเดชั่น  ในพยาธิสภาพการเกิดโรคต่าง ๆ

ดังที่กล่าวแล้วเบื้องต้น  พบว่า อิมเอียกขักสามารถป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจได้โดยการขจัดอนุมูลอิสระ ปกป้องเยื่อบุเซลล์หลอดเลือดหัวใจ มีผลต่อการไหลเวียนและความดันของโลหิต และรักษาโรคริดสีดวงทวาร

 2.  ผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโรค

ส่วนผสมหลักในอิมเอียกขัก คือ ไอคารินิน และอีพิมีเดียม โพลีแซคคาไรค์ ช่วยทำให้อวัยวะและเซลล์ต่างๆ มีภูมิคุ้มกันโรค ควบคุมให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดีขึ้น

a. การใช้แมคโครเฟค (สารละลายแบคทีเรียขนาดใหญ่) เพื่อป้องกันโรค
อิมเอียกขัก  อีพิมีเดียม โพลีแซคคาไรด์ และไอคารินิน  ทำหน้าที่เป็นแมคโครเฟค โดยการกระตุ้นและฟื้นฟูให้ฟาโกไซติค (เซลล์ที่กลืนจุลินทรีย์หรือเซลล์แปลกปลอมอื่นๆ) ที่เสื่อมสภาพในช่องท้อง ซึ่งเป็นผลจากยาต้านเนื้องอกให้อยู่ในระดับปกติ  ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ไอคารินินช่วยทำให้-1(IL-1) สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และ TNF (สารให้เนื้องอกตาย) ที่เพิ่มขึ้นในช่องท้อง    ซึ่งเกิดจากไลโปโพลีแซคคาไรด์   ลดลงสู่ระดับปกติ   ทั้งยังช่วยฟื้นฟูฟาโกไซค์    ให้ทำหน้าที่เป็นสารละลายแบคทีเรียขนาดใหญ่
b. ผลต่อการควบคุมเม็ดโลหิตขาวในเลือดและต่อมน้ำเหลือง
อิมเอียกขักที่มีฟลาโวนอยด์ครบจะช่วยเพิ่มระดับการรักษาโรคของ T เซลล์ในเม็ดเลือดขาว อีพิมีเดียมโพลีแซคคาไรด์ช่วยให้ 3H-TdR แทรกซึมเข้าสู่เซลล์ในม้ามได้มากขึ้น แสดงว่ามีหน้าที่กระตุ้นการแพร่พันธุ์ของ B เซลล์
c.ผลต่อการควบคุมเซลล์นักฆ่าธรรมชาติและเซลล์ LAK เซลล์ NK
  มีบทบาทสำคัญเป็นมือสังหารเซลล์เนื้องอกและเซลล์ไวรัสที่ทำให้ติดเชื้อได้ด้วยการสัมผัสโดยตรงและ ADCC ยังมีบทบาทสำคัญในควบคุมระบบการสร้างภูมิคุ้มกันโรคและเม็ดเลือดแดง  อิมเอียกขักสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เซลล์NKของหนูที่มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำลง ทั้งยังช่วยทำให้เซลล์ MK ในต่อมไฮโปธารามัส(ในสมองส่วนหน้า) –ต่อมพิทูอิทารี(ขับฮอร์โมน) –ต่อมหมวกไต –แกนกลางของต่อมไร้ท่อในลำคอของหนูทดลองที่ถูกยับยั้งให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย
d. ผลต่อเซลล์ของยีนที่ควบคุมภูมิคุ้มกันโรค  
อีพิมีเดียมโพลีแซคคาไรค์ และไอคารินินสามารถเพิ่มการผลิต 1L-2 ของต่อมไร้ท่อในลำคอและเม็ดโลหิตขาวของม้ามในหนูทดลองอย่างเห็นได้ชัด อิมเอียกขักไม่เพียงแต่เพิ่มระดับIL-2 ในอวัยวะทั่วไป แต่ยังควบคุมระดับ IL-2  ในการทำหน้าที่เป็นตัวยับยั้งภูมิคุ้มกันโรคและไตที่บกพร่อง และยังช่วยฟื้นฟูให้มีภูมิคุ้มกันได้ตามปกติ
e. ผลต่อการกระตุ้นต่อมไธมัส (ต่อมไร้ท่อในลำคอ) ทั้งอีพิมีเดียมโพลีแซคคาไรด์และไอคารินินมีผลช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคของต่อมไธมัสได้ อีพิมีเดียมโพลีแซคคาไรด์ ช่วยเพิ่มจำนวนและความแข็งแรงให้เซลล์ต่อมไธมัส เพื่อผลิต 1L-2 ได้ดีขึ้น

 3. ผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน

อิมเอียกขักสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของหลอดน้ำกามและตัวอสุจิของหนูวัยหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังกระตุ้นการหลั่งขั้นต้นของเซลล์ในฮอร์โมนเพศชายจากลูกอัณฑะ และการผลิต cAMP ของหนูทดลองที่เพาะเชื้อในหลอดแก้ว ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเพศ แสดงว่าอิมเอียกขักมีหน้าที่ช่วยบำรุงไตบเสริมความแข็งแรงให้กับหยางซึ่งอาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับการกระตุ้นต่อมเป้าหมายในการหลั่งฮอร์โมน

อิมเอียกขักสามารถใช้เป็นยาต่อต้าน รักษาภาวะไฮโปไทรอยด์(ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป)ได้ยับยั้งการทำงานของต่อมไทรอยด์  ใช้ป้องกันภาวะไตพร่องหยางได้ ช่วยเพิ่มฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ของหนูที่ใช้ทดลองที่มีลักษณะของต่อมไทรอยด์ที่ผลิตฮอร์โมนน้อยลง และมีภาวะไตพร่องหยางซึ่งมีสาเหตุจากยารักษาโรคภาวะต่อมไทรอยด์

ในทางกลับกัน ทำการเพาะเชื้อไอคารินิน เซลล์รังไข่ และเซลล์เปลือกต่อมหมวกไตเป็นเวลา 3 ชั่วโมง    แล้วจึงวิเคราะห์ปริมาณคุณสมบัติและปริมาณฮอร์โมนของของเหลวที่มีเชื้อ พบว่าไอคารินิน 30~100 ไมโครมิลลิกรัม/ลิตร สามารถกระตุ้นให้เซลล์ในรังไข่หลั่งฮอร์โมนเพศหญิงได้ ไอคารินินเพียง 1000 ไมโครมิลลิกรัม/ลิตร สามารถกระตุ้นเซลล์เปลือกต่อมหมวกไตให้หลั่งสเตรียรอยด์ ที่ใช้สันดาปคาร์โบไฮเดรต โปตัสเซียมและโซเดียมได้

 4. ผลต่อระบบโครงสร้างของกระดูก

ไอคารินิน สามารถกระตุ้นให้เซลล์สร้างกระดูกของหนูทดลอง ในหลอดแก้วสร้างอัลคาไลน์ ฟอสฟาเทส แสดงสัญลักษณ์ของคอลลาเจนด้วยจะเห็นว่าไอคารินินสามารถกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกต่างๆได้   อีพิมิเดียม โพลีแซคคาไรด์ ช่วยทำให้อัตราการแพร่พันธุ์ของเซลล์ไขกระดูกและสังเคราะห์ดีเอ็นเอของเนื้อเยื่อหนูที่ทดลองในหลอดแก้วเพิ่มได้ แสดงว่าอีพิมีเดียม โพลีแซคคาไรค์กระตุ้นการขยายพันธุ์ของเซลล์ด้วยการควบคุมระดับการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ พบว่าอิมเอียกขักที่มีฟลาโวนทั่วๆไปจะกระตุ้นการขยายพันธุ์ การเจริญเติบโตเต็มวัย และการสร้างแร่ธาตุของปุ่มเล็ก ๆ ในเซลล์สร้างกระดูกของหนูที่ทดลองในหลอดแก้ว ในทางตรงข้าม อิมเอียกขักสามารถกระตุ้นอวัยวะให้ผลิตสารอาหารกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูก

อิมเอียกขักผลิตสารที่ไม่มีผลโดยตรงต่อการจำแนกประเภทและการเจริญเติบโตเต็มวัยของเซลล์สลายกระดูก แต่ในการทดสอบการก่อตัวของเซลล์สลายกระดูกที่เหนี่ยวนำโดยเซลล์ไขกระดูก  พบว่า  อิมเอียกขักควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขกระดูกที่ช่วยให้เกิดเซลล์สลายกระดูกได้ จึงลดการผลิตเซลล์สลายกระดูกได้

 5.   ผลต่อการยับยั้งเนื้องอกต่างๆ

a.ผลต่อการจำแนกความแตกต่างของเนื้องอก อิมเอียกขักมีผลต่อการจำแนกความแตกต่างและยับยั้งการขยายพันธุ์ของเซลล์เม็ดโลหิตขาวในหลอดทดลองและในร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้อย่างเด่นชัด
b.ผลต่อการทำให้เกิดการแยกเซลล์ที่หย่อนย้อยออกจาเซลล์เนื้องอก จากการทดลอง แสดงให้เห็นว่า ไอคารินินช่วยแยกเซลล์ที่หย่อนย้อยมากๆ ออกจากตัวนำร่องในเซลล์เม็ดโลหิตขาวของมนุษย์ได้ โดยจะแบ่งแยกเซลล์ที่หย่อนย้อยให้ออกจากกันตามคุณสมบัติทางโครงสร้างและรูปแบบทางชีวเคมีที่เหมือนกัน มีลักษณะของเวลาและภาวะการพึ่งพาอาศัยที่ใกล้เคียงกัน ในขณะเดียวกัน   ไอคารินินยังช่วยลดยีน bc12 ตัวส่งสารใน RNA ของยีนเชื้อราที่ทำให้มีการหดตัวและบีบตัวของโปรตีน
c. ผลต่อการออกฤทธิ์กระตุ้นของเอ็นไซม์เทโลเมียร์ในเซลล์เนื้องอก  เทโลเมียร์เป็นส่วนปลายของโครโมโซมชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างพิเศษ สามารถรักษาเสถียรภาพของโครโมโซม มีความยาวของลำตัวที่สัมพันธ์กับอายุของเซลล์เป็นอย่างยิ่ง การดำรงรักษาความยาวของส่วนปลายโครโมโซมนั้นขึ้นกับการออกฤทธิ์กระตุ้นของเอ็นไซม์เทโลเมียร์ ไอคารินินสามารถควบคุมให้เอ็นไซม์เทโลเมียร์ (ส่วนปลายโครโมโซม) ออกฤทธิ์กระตุ้นตัวนำร่องในเซลล์เม็ดโลหิตขาวที่มีอาการสาหัสของมนุษย์ได้
d.  ผลกระทบอื่นๆ ไอคารินิน ยังสามารถยับยั้งการเคลื่อนย้ายเซลล์เนื้องอกและการก่อตัวของเส้นเลือดที่เนื้องอกได้หลายวิธี เพื่อออกแรงใช้ต่อต้านเนื้องอก

ผลวิจัยสมุนไพรจีน ปาจีเทียน

ปาจีเทียน(MorindaOfficinalis)

ผลทางเภสัชวิทยาของปาจีเทียน

1. กระตุ้นการสร้างอสุจิ

สารละลายของต้นยอที่ได้จากการสกัดด้วยน้ำ มีเอทธานอล 80% และผลึกทั้งหมดของโอลิโกแซคคาไรด์ สามารถกระตุ้นการผลิตเชื้ออสุจิ ให้หนูที่ใช้ทดลองเป็นตัวอย่างของเนื้องอกหรือมะเร็งชนิดที่ทำให้จำนวนอสุจิลดลงกว่าปกติได้  ผลที่เกิดขึ้นจากผลึกทั้งหมดของโอลิโกแซคคาไรค์ ในปาจีเทียนจะมีสมรรถภาพสูงสุดและไม่มีผลใด ๆ ต่อดัชนีน้ำหนักของอัณฑะและตำแหน่งที่ผิดปกติของอัณฑะของหนูตัวผู้เลย  และไม่สร้างสิ่งที่ไม่มีผลคล้ายแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) จึงสรุปว่าอาจเป็นเพราะโอลิโกแซคคาไรค์ทั้งหมดในปาจีเทียน ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตเชื้ออสุจิในหนู ผลทางเภสัชวิทยาของลูกยอคล้ายกับการใช้เป็นสมุนไพรเสริมพลังไตแบบดั้งเดิม

 2. ผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ

            a.ผลต่อต่อมไฮโปธารามัส-พิทูอิทารี-แกนกลางของต่อมในสมองของคนที่ขับสารกระตุ้นฮอร์โมน (HPG axis) น้ำต้นยอที่ได้จากการต้ม ไม่ให้ผลเด่นชัดต่อ LH (ฮอร์โมนต่อมไร้ท่อในรังไข่มีสีเหลืองหลังการตกไข่) ที่อยู่ในเลือดของหนูเพศเมียที่ปกติ แต่ให้ผลสามารถช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อมในสมองส่วนพูหน้า  รังไข่ และ มดลูกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วยพัฒนาการทำงานของ HCG/LH

            b.ช่วยกระตุ้นหน้าที่การคัดหลั่งสารของคอรทิโคสเตอโรน สารสกัดจากปาจีเทียนช่วยเพิ่มคอรทิโคสเตอโรน (สเตรียรอยด์ในต่อมหมวกไตช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปตัสเซียม และโซเดียม) ในเลือดได้ ผลการออกฤทธิ์นี้อาจเป็นสาเหตุมาจากการที่เปลือกต่อมหมวกไตถูกกระตุ้น การดื่มน้ำปาจีเทียนอุ่นๆไม่ช่วยชะลอระยะเวลาการอยู่รอดของฮอร์โมนนำส่งเซลล์ปลายประสาทของหนูรุ่นหนุ่มได้เลย  และไม่สามารถเพิ่มการเก็บสะสม  ไกลโคเจน (น้ำตาลในแป้งและเนื้อสัตว์) ของหนูที่ขาดฮอร์โมนนำส่งปลายประสาทได้ จึงถือว่าปาจีเทียนไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือนกลูโคคอร์ทิคอยด์ (สเตรียรอยด์จากเปลือกต่อมหมวกไต เพิ่มการสังเคราะห์กลูโคสและไกลโคเจนของตับและน้ำตาลในเลือด) แต่สามารถทำให้ต่อมไธมัสต่อมไร้ท่อในลำคอของหนูหดตัวเล็กลง ทั้งยังยับยั้งเนื้องอกรูปวงแหวนเล็กๆในต่อมน้ำเหลืองและเยื่อบุเซลล์ของหนูได้ เพราะมีฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์คล้ายกับ(ฮอร์โมนจากพูหน้าของต่อมพิทูอิทารีซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตและการหลั่งของเปลือกหมวกไต)       อดรีโนโครไท โคโทรฟิค

            c.  ผลต่อการทำงานที่ลดลงของต่อมไทรอยด์ในสัตว์ตัวอย่าง  การดื่มสารละลายของปาจีเทียนที่อยู่ในรูปน้ำ  ช่วยเพิ่มการใช้ออกซิเจนให้กับต่อมไทรอยด์ที่ทำหน้าที่ลดลงของหนูได้ ยังสามารถฟื้นฟู สมรรถภาพที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับกลุ่มเซลล์รับการกระตุ้น M ในสมองของหนูที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ขับน้ำคัดหลั่งออกน้อยกว่าปกติให้คืนสู่ระดับปกติ สารสกัดเป็นยาบำรุงในรูปกึ่งของเหลวของต้นยอ (มีส่วนผสมหลักของต้นยอ) สามารถแก้ไขการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติของ CGMP ในเลือดของกระต่ายที่จัดอยู่ในประเภท ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่น้อยเกินไปและมีภาวะหยางพร่อง ยังสามารถทำให้ T3 ในเซรั่มของกระต่ายมีเสถียรภาพ มีส่วนช่วยลดความผิดปกติในขบวนการสร้างโครงสร้างอวัยวะของตับ ตับอ่อน และม้ามของกระต่ายที่จัดอยู่ในภาวะต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่น้อยเกินไปและหยางพร่องให้มี ระดับRNA ในตับ และไกลโคเจน ที่ใกล้เคียงกับกระต่ายทั่วๆไป

 3. ผลต่อระบบการสร้างเม็ดโลหิตแดง

ปาจีเทียนมีธาตุเหล็กในปริมาณสูงถึง 595.75 ไมโครกรัม/กรัม  ซึ่งเกี่ยวกับการสังเคราะห์สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ไซโตโครม(สารสีในเนื้อเยื่อสัตว์/พืช)ของเซลล์เม็ดเลือดแดงในกล้ามเนื้อ ระบบการผลิตเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ และวงจรการงอกและร่วงของขน ธาตุเหล็กนี้จะสะสมอยู่ใน ไมโตคอนเดียเซลล์(เป็นแหล่งพลังงานในการสังเคราะห์)ของตับ ไตและอวัยวะอื่นๆ มีหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์สร้างเม็ดโลหิตแดง ผลการรายงานของปาจีเทียนพบว่า สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกรานูโลไซท์(เม็ดเลือดแดงที่มีจุดเล็กๆอยู่ใจกลาง)ปาจีเทียนมีหน้าที่เพิ่มเซลล์เม็ดโลหิตขาวในเลือดของหนูรุ่นหนุ่ม  สรุปจากข้อเท็จจริงข้างต้นว่า ปาจีเทียนสามารถกระตุ้นการสังเคราะห์สร้างเซลล์เม็ดโลหิตแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  หน้าที่นี้จึงสอดคล้องกับการมีผลช่วยเสริมบำรุงพลังของตับและไตได้ดี  และมีประโยชน์ต่อเลือดและกระตุ้นให้เกิดการสร้างของเหลวในร่างกาย

 4. ผลต่อระบบประสาท

            a.ต่อต้านภาวะซึมเศร้า  น้ำของปาจีเทียนและสารสกัดเอทธานอล กรดซัคคินิค สารประเภทอินนูลิน    โอลิโกแซคคาไรด์  ซึ่งสกัดได้จากน้ำปาจีเทียนและสารสกัดเอทธานอลมีผลในการขจัดภาวะหดหู่ซึมเศร้าได้เด่นชัด  สารประกอบเหล่านี้ สามารถย่นระยะเวลาหยุดนิ่งของหางสัตว์ที่ใช้เป็นแบบจำลองของการระงับภาวะซึมเศร้าได้  ใช้กระตุ้น 5-HT (สารประกอบในสมองทำให้เลือดหดตัว)ในระบบประสาท และทำให้เกิดผลกระทบที่เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง     ในขบวนการโคพาไมเนอร์จิค(กระตุ้นหรือนำสารจากเซลล์ประสาท)ของระบบประสาท     เฮ็กโซส(น้ำตาลที่มีหกคาร์บอนอะตอมในโมเลกุล)5-HT  และขบวนการสันดาปของ 5-HIAA( สารเคมีที่สมองส่งไปตามร่างกาย )ในสมองหนูได้อย่างเด่นชัด แต่สัดส่วนของ 5-HT และ 5-HIAA นั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ผลปรากฏว่า  การออกฤทธิ์ของโอลิโกแซคคาไรค์ ที่ใช้ขจัดภาวะซึมเศร้านั้นอาจมีสาเหตุหลักจาก 5-H ในระบบประสาท

            b.เสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้จดจำและต่อต้านความชราภาพ จากการใช้เทคโนโลยีการตัดชิ้นเนื้อสมองฮิปโปแคมป์ซึ่งเฉินเจียเหวิน และเพื่อนๆ ค้นพบว่าองค์ประกอบในปาจีเทียนสามารถเพิ่มค่าความกว้างของPS ซึ่งผลิตโดยเซลล์เปลือกสมองในส่วนCA1 ที่ใช้วิธีการตัดชิ้นเนื้อสมองของฮิปโปแคมป์กับหนูในหลอดทดลองโดยการใช้สารละลายที่นำมาทดสอบ พบว่าสามารถเสริมประสิทธิภาพในการส่งผ่าน LTP โดยโซแนปติค(บริเวณเชื่อมต่อของแกนเซลล์ประสาทกับอีกด้านเซลล์ประสาทหนึ่ง)ของหนูที่ใช้วิธีการตัดชิ้นสมองของฮิปโปแคมป์มาใช้ในหลอดทดลอง  ปรากฏว่าปริมาณยาที่ให้ต่อครั้งที่ให้ผลนั้นสัมพันธ์กับองค์ประกอบของปาจีเทียน จากข้อเท็จจริงเหล่านี้จึงระบุได้ว่าต้นยอสามารถเพิ่มสมรรถภาพการเรียนรู้และจดจำได้ จากผลการศึกษา เสนอถ้าผลการใช้ต้นยอเสริมประสิทธิภาพของ LTP นั้นมีความสัมพันธ์กัน NO (ไนตริค ออกไซด์-ใช้ขยายหลอดเลือด)

ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบของปาจีเทียน ช่วยเพิ่มระดับกลูโคสในเซลล์สมอง ของหนูแก่ได้อย่างเด่นชัด เพิ่มปริมาณ SOD และGSH-PX ในเซลล์สมองของหนูแก่ที่ใช้เป็นตัวอย่างได้ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของ SOD และGSH-PX (ฮอร์โมนกระตุ้นชนิดหนึ่ง) ในเซลล์สมองของหนูแก่  ลดปริมาณ LPO และชะลอความเสื่อมชราให้เซลล์สมอง

นอกจากนี้ องค์ประกอบของปาจีเทียนยังสามารถช่วยเพิ่มพลังความสามารถในการทนทานของชิ้นเนื้อสมองหนูในหลอดทดลองได้ เสริมค่า PS ให้มีสัดส่วนที่เป็นปกติเมื่อต้องการทำให้ปริมาณออกซิเจนที่มีเข้าสู่ระดับปกติ จึงบ่งชี้ได้ว่าองค์ประกอบของปาจีเทียนช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่เซลล์สมองได้เด่นชัด  กลไกการป้องกันการเกิดภาวะขาดโลหิตเฉพาะที่จากการอุดตันของเลือด และการขาดแคลนออกซิเจนในสมองที่ถูกทำลายโดยใช้องค์ประกอบของปาจีเทียน เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ต่อต้านกรดไขมัน ด้วยวิธี พีร็อกซิเดทีฟ (การกระตุ้นย้ายออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่ออื่น) และยังช่วยเพิ่มระดับการเผาผลาญกลูโคสในเซลล์สมอง

 5. ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโรค

สารประกอบโพลีแซคคาไรค์ในต้นยอทำให้ภูมิคุ้มกันโรคของอวัยวะดีขึ้นได้ ช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อมไธมัสในหนูหนุ่มได้  เสริมเปอร์เซ็นต์การกลืนของเซลล์ขนาดใหญ่ที่กลืนกินจุลินทรีย์และอนุภาคแปลกปลอมของหนูหนุ่ม และกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคเฉพาะโรคของเซลล์ที่คล้ายกุหลาบในม้ามของหนูที่ใช้ทดลอง การค้นคว้าเรื่องการออกฤทธิ์กระตุ้นความสามารถในการมีปฏิกิริยาสร้างภูมิคุ้มกันโรคตอบโต้ของโอลิโกแซคคาไรค์จากต้นยอ การกินในปริมาณ 25 และ 50 มิลลิกรัม / กิโลกรัม ช่วยเสริมประสิทธิภาพปฏิกิริยาตอบโต้การขยายเซลล์ในม้ามของหนูได้ชัดเจน และการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของเซลล์ม้ามในหนูเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สารสกัดที่เป็นของเหลวจากปาจีเทียน สามารถกระตุ้น IL-2  INF-Y และไซโตไคน์(การเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของเซลล์ที่อยู่รอบนิวเคลียส) ปรับและควบคุมภูมิคุ้มกันโรคในร่างกาย กระตุ้นการผลิตเซลล์น้ำเหลืองหรือเม็ดโลหิตขาวและยีนที่ต่อต้านมะเร็งเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็ง

 6. ผลต่อโครงสร้างของกระดูกและกล้ามเนื้อ

ปาจีเทียนที่สกัดด้วยน้ำและเอทธานอล ที่บรรจุอยู่ในภาชนะที่ใช้สำหรับปฏิกิริยาทางเคมีที่มีเซรั่มยา สามารถแยกความแตกต่างของเซลล์เนื้อเยื่อค้ำอวัยวะในไขกระดูกที่อยู่ใน  ออสทีโอบาสท (เซลล์สร้างกระดูกที่ได้จากกลุ่มเซลล์เนื้อเยื่อยึดตัวอ่อน)อย่างเห็นได้ชัด เพราะความเข้มข้นของสารที่สกัดด้วยเอทธานอลนั้นมากว่าสารที่สกัดด้วยน้ำ (19) ในอีกแง่หนึ่ง  สารสกัดของปาจีเทียนมีแมงกานีสสูงถึง 559ไมโครกรัม/กรัม และมีกลุ่มแร่ธาตุ (A) ที่สำคัญรองลงมาจำนวนมาก เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียมซึ่งมีแรงพิเศษในการรวมอะตอมของสารในกระดูก มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง

 7. มีผลใช้เป็นยาแก้อักเสบและยาบรรเทาหรือระงับปวด

สารสกัดเอทธานอลของต้นยอมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย ซับทิลลิส  แสดงว่าปาจีเทียนมีหน้าที่ใช้เป็นยาแก้อักเสบและบรรเทาหรือระงับความเจ็บปวดได้

8. ไม่มีผลต่อการมีปฏิกิริยาเป็นสารปลอดพิษ

เมื่อหนูได้รับสารสกัดของปาจีเทียนเข้าทางปาก ร่างกายจะไม่มีสารพิษที่รุนแรงเลย จากการใช้วิธี SOS คัลเลอร์ริเมทริค (วัดความเข้มข้นสีหรือของเหลว)วิเคราะห์แบคทีเรียที่ไม่ติดสีม่วงและทำให้เกิดโรคในหลอดทดลอง ไม่พบปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะยีนใดๆ จึงสรุปว่า สารสกัดจากปาจีเทียน อาจไม่มีผลกระทบในการออกฤทธิ์ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุ์กรรม หรือมีผลกระทบในการเป็นตัวช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงของยีนในโครโมโซม

ผลวิจัยสมุนไพรจีน งู่ฉิก

งู่ฉิก มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Achyranthes bi-dentatablumeเป็นพืชพื้นเมืองของมณฑลเหอหนาน พบมากโดยทั่วไปในประเทศจีนยกเว้นเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประกอบด้วยเกลือฟอสเฟตและยางเหนียว

สรรพคุณ

1.    บำรุงตับ บำรุงไต

2.   บำรุงกระดูก แก้อาการปวดกระดูกส่วนบั้นเอว

3.   แก้อาการปวดข้อเข่า ขาอ่อนแรง อาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ

4.   ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ไม่ให้เลือดคั่ง แก้ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ

5.   ช่วยบำบัดอาการบาดเจ็บฟกช้ำดำเขียวได้

ถั่งเช่า
蟲草
Cordyceps Sinensis
อิมเอียกขัก
淫羊藿
Herba Epimedium
ปาจีเทียน
巴戟天
Morinda Officinalis
งู่ฉิก
牛膝
Achryrantes Bidentata
คุณภาพและมาตรฐาน